การใช้หลัก EER และ SEER ของการเลือกซื้อแอร์ ช่วยประหยัดค่าไฟ

Last updated: 2 มี.ค. 2566  |  27571 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การใช้หลัก EER และ SEER ของการเลือกซื้อแอร์ ช่วยประหยัดค่าไฟ

การใช้พลังงานที่สูงขึ้น ทำให้แต่ละครัวเรือนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนเพิ่มสูงขึ้นตามมาพร้อมกัน โดยเฉพาะในฤดูร้อนจะมีการใช้ไฟฟ้ามากสูงขึ้นทีเดียว เครื่องปรับอากาศก็จัดว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่กินมาก แต่ถือว่าเป็นตัวช่วยผ่อนคลายความร้อนได้ดี แต่พอถึงเวลาสิ้นเดือนก็ต้องตกใจกับบิลล์ค่าไฟ ดังนั้นหลักการเลือกใช้เครื่องปรับอากาศให้ถูกต้องเหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ลองมาดูว่า มีวิธีเลือกเครื่องปรับอากาศให้ประหยัดไฟสูงสุดได้อย่างไรบ้าง

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นที่คุ้นหูเป็นอย่างดี แต่นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ต้องทำความเข้าใจว่า มันคืออะไร จะสามารถช่วยประหยัดไฟได้อย่างไร

ฉลากประหยัดไฟฟ้า เป็นฉลากที่บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ประสิทธิภาพการใช้จ่ายต่อปี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ค่าความประหยัดไฟฟ้านี้มีตั้งแต่ระดับเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 ค่าประหยัดไฟเบอร์ 5 คือระดับประหยัดไฟสูงสุด



บนเครื่องปรับอากาศจะมีฉลากประหยัดไฟติดอยู่ เป็นตัวบ่งบอกประสิทธิภาพพลังงาน เรียกว่าอัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency Ratio : EER) เพื่อเป็นตัวกำหนดว่าการประหยัดพลังงานอยู่ในระดับใด เครื่องปรับอากาศแต่ละขนาด ก่อนที่จะได้รับการรับรองการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเบอร์ 5 จะต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และข้อกำหนดไฟฟ้าแห่งประเทศไทย

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 สำหรับเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ เครื่องปรับอากาศชนิด Fixed Speed (ทดสอบแบบ EER) และเครื่องปรับอากาศชนิด Inverter หรือ Variable Speed (ทดสอบ SEER) ลองมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างเครื่องปรับอากาศทั้ง 2 ชนิดนี้ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไรบ้าง

เครื่องปรับอากาศชนิด Fix Speed ทดสอบแบบ EER ย่อมาจากคำว่า Energy Efficiency Ratio เป็นค่าสำหรับใช้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ โดยเครื่องปรับอากาศชนิดนี้การทำงานของคอมเพรสเซอร์ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนระดับความเร็วในการหมุนของรอบได้ ทำให้ต้องมีการตัด – ต่อ การทำงานของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์บ่อย ๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิใจห้อง แต่มีข้อเสียทำให้อุณหภูมิในห้องไม่คงที่ เครื่องทำงานเสียงดัง

เครื่องปรับอากาศแบบ Inverter หรือ Variable Speed ทดสอบแบบ SEER ย่อมาจากคำว่า Seasonal Energy Efficiency Ratio เป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามฤดูกาลของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะใช้ค่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอากาศมาเป็นตัวพิจารณาร่วมด้วย ทำให้มีความใกล้เคียงกับสภาพการใช้พลังงานจริงมากขึ้นกว่าแบบ EER โดยจะมีระบบเซ็นเซอร์ทำหน้าที่ตรวจจับอุณหภูมิ เมื่ออุณหภูมิถึงระดับที่กำหนดเอาไว้ คอมเพรสเซอร์จะลดรอบลงเพื่อระดับความเย็นเอาไว้ แต่คอมเพรสเซอร์จะไม่หยุดทำงาน จึงเป็นข้อดีทำให้สามารถประหยัดไฟได้มากถึง 30 % ช่วยรักษาอุณหภูมิในห้องให้มีความคงที่มากกว่าเครื่องปรับอากาศแบบเดิม เย็นเร็วกว่า เครื่องมีเสียงเบา และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เลือกซื้อแอร์ให้เหมาะสมกับประเทศไทย
เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่แสดงว่าเป็นเครื่องปรับอากาศที่สามารถประหยัดไฟได้สูงสุด
เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า SEER สูง
เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาด (บีทียูต่อชั่วโมง) ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง
นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ราคาของเครื่องปรับอากาศ และค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน เป็นเรื่องสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ ต้องมีการเปรียบเทียบผลในระยะยาว ยกตัวอย่าง หากเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีราคาแพงขึ้น แต่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูง คือมีค่า SEER สูง จะทำให้สามารถประหยัดพลังงานต่อปีได้มากขึ้น ด้วยหลักการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศด้วยวิธีเหล่านี้ จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายต่อเดือนไปได้มากเลยทีเดียว

อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน ทำให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น จึงต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มมากขึ้น แต่การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศอย่างที่มีค่าประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานสูงสุด จะช่วยลดการใช้พลังงานลง ทำให้ประหยัดค่าไฟต่อเดือนได้มากขึ้น
 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้